Thursday, May 7, 2009

สรุปเหตุผลที่เราไม่แนะนำให้ทำธุรกิจกับบริษัทขายตรงอย่าง เฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife)

เหตุผลในด้านของการตลาดในไทย

อ้างอิงจาก : http://herbalife.smf4u.com/index.php?topic=130.0

1. เน้นให้เรา ตุนของตั้งแต่ครั้งแรกที่เราทำธุรกิจ เป็นจำนวนเงินสูง และ ส่วนใหญ่ของจะเหลือเต็มบ้าน โดยจะต้องเสียเงินในการตุนของที่ สามหมื่นสี่ แปดหมื่น หรือว่าแสนสาม โดยที่เขาจะทำให้เรามองว่าของขายได้ง่าย โดยจะมีรายชื่อลูกค้ามาจากสื่อต่างๆเช่นอินเตอร์เนต โดยเขาจะบอกว่ารายชื่อที่คนกรอกเข้ามาคือคนที่สนใจจะสั่งซื้อสินค้าทั้งๆที่ จริงแล้ว เป็นรายชื่อที่คนส่วนใหญ่กรอกเข้ามาเพราะคิดว่า เขาจะจัดส่งเอกสารให้ฟรี และเงิน สามหมื่นสี่ กับแปดหมื่นก็ไม่ได้การรันตีว่าเราจะได้เป็น ซุปเปอร์ไวเซอร์ คนส่วนใหญ่เลยต้องเสียเงินเพิ่มอีก ทั้งๆที่จริงแล้วค่าสมัคร อยู่ที่พันสองร้อยบาทเอง ถ้าเราสมัครแค่พันสองร้อยบาท อัพไลน์เราจะไม่ได้ค่าค้าส่งอะไรเราทั้งสิ้น เขาเลยจูงใจให้เราสมัครที่ สามหมื่นสี่ เขาจะได้ค่าค้าส่งทันทีประมาณสี่พันบาท ถ้าสมัครแปดหมื่น จะได้ค่าค้าส่งที่ หนึ่งหมื่น และสมัครที่แสนสามอัพไลน์จะได้ค่าค้าส่งที่ หนึ่งหมื่นหกพันบาทโดยประมาณ


2. ถ้าคุณได้เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์แล้ว เขาจะยังไม่บอกคุณว่า ในอีก 1 ปี คุณต้องทำคุณสมบัติใหม่อีกครั้ง โดยการทำคุณสมบัติใหม่ก็ต้องใช้เงินซื้อแต้มเหมือนครั้งแรก แต่ถ้าหากคุณไม่อยากเสียเงินอีก คุณก็ต้องหาคนมาสมัครต่อจากคุณและใช้แต้มของคนคนนั้นมาขึ้นซุ๊ปในนามของคุณ ถ้าไม่อย่างนั้นทีมงานของคุณทั้งหมดก็จะหลุดและถูกดันขึ้นให้ไปติดกับ อัพไลน์ที่คุณสมบัติผ่าน ทีมงานของคุณจะกลายเป็นไซด์ไลน์คุณ มันเจ็บปวดนะ


3. วิธีการรับสมัครคนเข้ามาออกแนวปกปิดข้อมูลรายละเอียดของการรับสมัครงาน จะทำให้เราคลุมเครือ บอกไม่หมดว่ามันเป็นงานอะไร ถึงแม้เราจะโทรไปถาม หรือว่ามีคนโทรมาหาเรา เขาก็จะไม่บอกเราว่าเป็น ขายตรงหรือว่าเป็น Herbalife ถ้าคุณกรอกสมัครงานมาจากทางอินเตอร์เนต จะมีคนโทรมาหาเรา และพูดบอกเราในเชิง ว่าเป็นงานที่ใช้อินเตอร์เนตทำงาน ทำแบนเนอร์โฆษณา หรือ Call center หรือ
อะไรก็ตามที่มันทำให้เราไม่คิดว่ามันเป็นงานขายตรง หรือถ้าหากใบปลิวส่วนใหญ่ก็จะพูดในเชิงคล้ายๆกัน
หรือจะพูดในเรื่องของ ศูนย์โภชนาการบำบัด ใช้อาหารบำบัดโรค แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอาหารเสริม Herbalife


4. ในงาน How to make money training หรืองานอื่นๆ เขาจะทำให้เราเข้าใจว่าการทำงานนั้นง่าย ไม่ต้องไปขายคนรู้จักหรือไปเร่ขาย แต่จะขายทางอินเตอร์เนต และนิตยสาร ซึ่งเขาไม่ได้บอกเราให้รู้ว่า อินเตอร์เนตหรือนิตยสารนั้นมีค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาด้วย ซึ่งในการลงแต่ละครั้ง ค่าโฆษณาเป็นหลักหมื่นต่อเดือน ตรงนี้บางคนเสียค่าลงโฆษณาเกือบ 2 แสนบาทใน 1 ปีที่เขาอยู่กับ เฮอบาไลฟ์


5. จำนวนคนที่หลุดจากธุรกิจ ระยะหลังพอๆกับ คนที่เข้ามาสมัครใหม่ ผมเคยอยู่มา 1 ปี กว่า ผ่านไปปริมาณคนที่เข้ามาประชุมในออฟฟิค กลับเท่าเดิม และดูน้อยลงกว่าเดิมอีก ทั้งๆที่ มีคนเข้างาน How to อาทิตย์ละหลายร้อยคน
นั่นหมายความว่าอะไร และคนที่หลุดจากธุรกิจส่วนใหญ่จะมีทัศนะคติ ลบต่อขายตรงไปเลย และของที่เขาเคยซื้อไว้ก็จะเอามาขายตัดราคา ให้คนรู้จักบ้าง หรือว่าขายในอินเตอร์เนตเกลื่อนไปหมด ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย แม้แต่คนที่เป็นตำแหน่ง แท็ปทีม ที่ว่ามีรายได้หลักแสนขึ้นไปยังหลุดจากธุรกิจ เป็นเพราะอะไร เพราะว่าตำแหน่งไม่เสถียร แล้วทำไมถึงไม่เสถียร ก็ให้กลับไปดูข้อแรก เพราะมันไม่ได้เป็นเครือข่ายผู้บริโภคจริงๆ แต่เป็นการถูกให้ตุนของด้วยความเข้าใจที่ผิดๆ เพราะตำแหน่งสูงๆหลายคนก็ยังซื้อของมาขึ้นตำแหน่ง แล้วจะมั่นคงได้ยังไง แตกต่างกับต่างประเทศที่เขาทำการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภคจริงๆ แต่ถ้าในไทยถ้าคุณอยากจะทำการตลาดเครือข่ายจริงๆจังๆ ผมแนะนำคุณให้ไปทำตัวอื่นดีกว่า ให้ลองไปศึกษาข้อมูลให้เยอะๆก่อนตัดสินใจ


6. ใครที่สมัครแล้วซื้อของไว้เยอะแล้วเป็นแบบที่ผมเล่ามา ถ้าคุณซื้อของไม่เกิน 6 เดือนให้คุณติดต่อแวร์เฮาส์เพื่อติดต่อคืนของโดยด่วน โดยที่คุณจะได้เงินคืนช้ากว่าคุณเอามาขายให้คนรับซื้อทางอินเตอร์เนต และถ้าใครที่เป็นแค่ Dis ที่มีส่วนลด 25 เปอเซนถ้าอยากได้ 50 เปอเซนก็แค่เดินเข้าไปในแวร์เฮาส์ แล้วขอให้คนที่เป็นซุ๊ปที่ไม่ใช่คนรู้จักเขาจะรีบซื้อของราคาซุ๊ปให้เรา ทันที เพราะเขาอยากได้แต้ม ง่ายกว่าหาเงินปิดซุ๊ปเยอะ หรือหาซื้อในเนตก็ได้ถูกเหมือนกันนะ


7.เพรสสิเดนท์แต่ละออฟฟิคแต่ละตึก ส่วนใหญ่จะไม่ถูกกัน การที่บริษัทนึงจะเข้มแข็งทุกคนต้องสามัคคีกัน แม้แต่ทีมงานดาวไลน์อัพไลน์ที่มีตำแหน่งเท่ากันยังไม่ค่อยจะถูกกันเลย


8. ส่วนตัวผมอยากจะบอกว่า ตัวผมนั้นเคยทำ มา 1ปีกว่าๆ กับหนี้บัตรเครดิตประมาณ สามแสน ตลอด 1 ปีกว่าที่อยู่กับ Hetbalife กับเวลาที่สูญเสียไป ผมเล่าทั้งวันคงไม่หมด และไม่อยากคิดถึงมันอีก อย่างน้อยถ้ากระทู้นี้มันช่วยให้หลายๆคนไม่ต้องมาเป็นแบบผม ก็ได้โปรดช่วยกันกระจายส่งข่าวสารไปให้คนอื่นรู้ เพราะบางทีตอนนี้คนรู้จักของท่านหรือญาติอาจจะกำลังทำหรือกำลังหาเงินเพื่อ มาเปิดแต้มอยู่ก็ได้ ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ลองพีมพ์คำว่า เฮอบาไลฟ์ หรือ herbalife ใน google ดูแล้วคุณจะเข้าใจมันมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านโชคดี และสำหรับคนที่ติดอยู่ใน เฮอบาไลฟ์ผมบอกคุณได้คำเดียวว่า ออกบินได้แล้วครับ


เหตุผลในด้านของแผนการตลาดที่ไม่เอื้อในการทำธุรกิจในไทย


1. แค่จะเริ่มต้นทำ ก็เอาเปรียบกันแล้ว คนที่มีเงินน้อยสมัครเป็น ดีส มีส่วนลดแค่ 25 เปอเซนต์ ส่วนคนที่โชคดีมีเงิน ( หรือโชคร้ายหว่า - -") สมัครเป็นซุ๊ปมีส่วนลด ที่ 50 เปอเซนต์ แผนการตลาดๆไม่เอื้ออำนวยให้สะสมยอด จะเน้นให้ซื้อของทีเดียวเยอะๆเพื่อทำยอด


2. การรักษายอดส่วนตัวเพื่อ รับค่าลิขสิทธิ์จากทีมงาน นั้นสูงมากๆ ที่ 2500 แต้ม เป็นเงิน 80000 บาทโดยประมาณ ดังนั้นจึงต้องรีบหาคนมาเปิดแต้ม เพราะแต้มคนใหม่จะนับซ้ำให้ตัวเราด้วย จึงเป็นทางออกที่ดีกว่ามานั่งขายเอง 80000 ถ้าเป็นเก๊ตทีมต้องรักษายอดเดือนละ 5000 แต้ม กี่บาทลองคิดเอาเอง


3. การรับค่าลิขสิทธิ์จากองค์กรต้องเป็นตำแหน่งซุ๊บขึ้นไปถึงจะได้ ถ้าหากคุณเป็นซุ๊บขึ้นไป ในหนึ่งปีคุณจะต้องรีซุ๊บอีกครั้ง นั่นก็คือซื้อของทำแต้มเพื่อส่งตัวเองเป็นซุ๊บอีกครั้ง


4.ถ้าหากคุณรีซุ๊บไม่ผ่าน องค์กรคุณจะหลุดและถูกนำไปติดตัวอัพไลน์คุณที่ทำรีซุ๊บผ่าน โหดร้ายโครต


5. รายได้ของคน herbalife ส่วนมากจะหมดไปกับค่าโฆษณาในเนตหลายล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นอย่าสงสัยว่าทำไมคนที่มีรายได้แสนสองแสนแต่ยังไม่มีบ้าน มีรถขับ อย่าไปสงสัยอะนะ คนรู้จักผมเป็นเก็ตทีมแต่ มีหนี้บาน เหอๆ เพราะหมดไปกับโฆษณา


6.แผนการตลาด ไม่เอื้อให้ทีมงานตำแหน่งเท่าเรา เพราะเวลาตำแหน่งเท่ากัน ค่าเปอเซนโบนัสสายที่ตำแหน่งเท่าเราจะหายไป


7.การควอลิไฟด์ตำแหน่งใช้แต้มแค่ 3 ชั้นเท่านั้น ถ้าสายชั้นที่ 4 ดันเก่งขึ้นมาก็ซวยไป


เมื่อก่อน ตอนที่ผมเจอข้อความลบๆในเนตสมัยที่ผมทำ เฮอบาไลฟ์ ผมก็มักจะเข้าไปพีมต่อว่าคนที่ว่าเฮอบาไลฟ์ และหลังจากนั้นผมก็ รู้สึกว่าที่เราทำมันไม่น่าภูมิใจเลย โดยเฉพาะเวลาที่พูดบอกคนมาสมัครบอกเขาไม่หมด หรือเวลาที่เขาถามเราว่าเฮอบาไลฟ์ไหมครับ ผมรู้สึกอ้ำอึ้งมากๆ เพราะที่ปรึกษาให้บอกไปว่าไม่ใช่ และผมก็เคยคิดที่จะเอาเฮอบาไลฟ์มาทำในแบบของผม แบบที่ขาวสะอาด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเรามันก็เหมือนน้ำน้อยที่แพ้ไฟ สุดท้ายก็ต้องถอยออกมา กับหนี้สินที่มาจากเฮอบาไลฟ์ แต่อย่างน้อย ผมก็ได้ความรู้ได้เข้าใจในกระแสสุขภาพ ในกระแสเนตเวิคที่มันจะมาแรง ได้เรียนรู้ทักษะจากงานต่างๆ ได้เรียนรู้วิธีคิด โดยเฉพาะ นักพูดต่างๆ จิมรอห์น และอาจารย์ศิริลักษณ์ ผมขอขอบคุณที่ผมเคยกู้เงินมาตุนของเป็นซุ๊ป เพราะมันทำให้ผม กระตือรือร้นที่จะต้องปิดการขายเป็นพูดเป็น และมันก็เป็นสกิลติดตัวมาจนทุกวันนี้ ผมกับทีมงานผมที่มาจากเฮอบาไลฟ์ ก็ยังใช้สคริปนี้ในการปิดการขายลูกค้าที่ต่าง จ ผมเลือกเอาสกิลที่่ดีๆจากเฮอบาไลฟ์มาทำในบริษัทแห่งใหม่ บริษัทที่ทำแล้วสบายใจโปร่งใส ทุกขั้นตอน สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่าน ได้เจอกับเนตเวิคสีขาว ลองออกไปศึกษาหลายๆที่ แล้วคุณจะเจอเหมือนผม ขอให้ทุกท่านโชคดี ผมเชื่อว่าคนที่หลุดจากเฮอบาไลฟ์ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่เก่งหรอก แต่เขาไม่ชอบการทำงานแค่นั้นเอง

เฮอบาไลฟ์ที่ thai cc กับ ที่ All season เมื่อก่อนเคยอยู่ด้วยกันครับ ที่ thai cc แต่ว่า กลางปีที่แล้ว ปี 50 ผู้นำสองสายนี้ทะเลาะกันนิหน่อยครับ แบบว่า สาย All season ไมเคิล ซาเฟล ทีมงานไม่ค่อยยอมจ่ายเงินค่า เช่าสถานที่อะนะ ขนาดคนรายได้ ที่บอกว่าเป็นแสน ยังเบี้ยว เหอๆ และ ไมเคิลได้จ้าง อั้มมางาน How to make money training เพื่อให้ดูน่าเชื่อถืออีก ค่าจ้างแต่ละครั้งหลักแสน แต่ว่าองค์กร thai cc ไม่แชร์เงินด้วย ทั้งๆที่ได้ผลประโยชน์เหมือนกัน และตอนที่ไมเคิล ย้ายออก thai cc สถานะทางการเงินขององกรไมเคิล ช็อตไป 2 เดือน เพราะว่าโฆษณาที่ ดีล กับ ฮอทเมล หรือเอมไทย เว็บสนุกหลุดทั้งยวง เพราะติดค้างจ่ายไป 2เดือน นี่หรือ คนที่มีรายได้เป็นแสนเป็นล้าน แต่หมดไปกับค่าโฆษณา และหลังๆ มารายชื่ออินเตอเนตเริ่มโทรนัดคนมาได้น้อยลง เพราะเขารู้แกวหมดแล้ว

เผยความลับ บริษัท Bangkok Nutrition Academy และ Global Advertising

สวัสดีครับ

สำหรับท่านที่สงสัยว่าบริษัท Bangkok Nutrition Academy (BNA) หรือ Global Advertising ดำเนินเกียวกับธุรกิจอะไร ข้างล่างคือจากการบอกเล่าของผู้เคยร่วมกับบริษัทเลานี้มาก่อน

อ้างอิงจาก : http://herbalife.smf4u.com/index.php?topic=804.0

หลังจากได้อ่านเรื่องราวของหลายๆคนที่เข้ามาในธุรกิจของ herbalife วันนี้เราได้ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องราวของเราบ้าง

เรา เองเป็นคนนึงที่เข้ามาในธุรกิจนี้และได้รับบทเรียนกลับมา เลยอยากที่จะให้เรื่องราวของเราเตือนคนที่กำลังคิดจะหารายได้ด้วยธุรกิจนี้


เรายังเป็นนักศึกษาอยู่ เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม มีเพื่อนเราคนหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากตัวแทนขาย herbalife

มาเสนอให้เข้าร่วมโครงการลดน้ำหนักและลุ้นเป็นพรีเซ็นเตอร์กับทางศูนย์หากลดน้ำหนักได้ผล คุยกันอยู่ร่วมชั่วโมง

เพื่อนเราเลยสนใจที่จะเข้าไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่สำนักงาน พี่(นามสมมุติ)เอ นัดมาที่สำนักงานที่ all season place

ตึก capital tower ชั้น 24 ตอนบ่ายโมง เพื่อนเราเลยชวนเรา และเพื่อนอีก 2 คนไปด้วย รวมไปกันวันนั้น 4 คน

เรา ก็ไปแบบไม่คิดอะไร ไปถึงก็นั่งคุยเล่นกันอยู่พักใหญ่ พี่เอบอกให้รอคนที่มาเปิดร้านน้ำปั่น เพื่อที่พี่เค้าจะปั่นเชคให้พวกเราลองกิน

เรานั่งคุยกับคนที่ทำงานที่นั่น ซึ่งเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรา เพื่อนเราสนใจที่จะทำงานด้วยมาก ตอนนั้นเราก็สนใจนิดนึง

เพราะเห็นว่า เด็กคนนั้นรุ่นเดียวกับเรายังทำได้ และดูน่าเชื่อถือดี เลยสนใจ พี่เอเลยบอกให้รอฟังงานเปิดระบบซึ่งมีวันนี้พอดี

เรากับเพื่อนที่ชวนมา และเพื่อนอีกคน อยู่รอตอน 6 โมงเย็นเพื่อฟังรายละเอียด เพื่อนอีกคนไม่สนใจอยู่แล้วและมีธุระเลยกลับบ้านไป

ระหว่างนั่งรอ เราก็นั่งฟังพวกคนที่นั่นทำงานเห็นว่าดูท่าทางไม่ยาก และได้ลองกินเชค ก็รู้สึกประทับใจดี อร่อยดีด้วย จนถึงหกโมงก็ไป

เข้าแถวรอหน้าห้องประชุม เข้าไปนั่งฟัง



ในห้องบรรยากาศก็เหมือนที่หลายๆคนเล่ามา มีคนมาพูดแบล็กกราวน์ตัวเอง รายได้ และขอบคุณ herbalife มากมายที่ทำให้เด็กนักศึกษาอย่างเรา

ตื่นเต้น มีพูดระบบการทำงานซึ่งพูดตามตรงคือพวกเราฟังไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก เพราะยังเด็กอยู่มาก แต่เหมือนตอนนั้นแค่อยากจะได้เงิน

และคิดว่าคนอื่นทำได้ ตัวเองน่าจะทำได้ไม่ยาก ก็นั่งฟังผู้ชายคนหนึ่งชื่อบอลขึ้นมาพูด เกี่ยวกับชีวิตเค้าและการทำธุรกิจ

เค้าบอกว่าเค้าไม่จำเป็นต้องง้อคน เพราะมีคนอยากจะทำกับเค้าเยอะแยะ หลังจากนั้นก็บอกให้ไปเข้าอบรมงาน STS

ที่ โรงแรมเอเชียวันอาทิตย์ เสียเงินอีก 550 บาท ตอนนั้นเราเริ่มไม่อยากจะไปแล้วล่ะ เราไม่ค่อยมีเงิน และรู้สึกว่าไม่ได้อยากจะทำขนาดนั้น

คือคิดว่าถ้าทำได้โดยไม่ต้องเสียเงินมากก็อาจลองดู แต่ถ้าเสียเงินก็คิดหนักแล้วล่ะ เพื่อนเราอีกคนก็คิดแบบเรา แต่อีกคนที่ชวนเรามา

มันอยากทำจริงๆ มันอยากจะไปฟังดู ก็เลยไปเป็นเพื่อนมัน เราสามคนยอมเสียเงิน 550 บาทเพื่อไปงานนี้



หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น พี่เอก็โทรตามเพื่อนเราให้เข้าออฟฟิต เราก็ไปเป็นเพื่อน แล้วพี่เค้าก็พูดหว่านล้อมให้เราทำ

โดยบอกว่ารีบสมัครก่อนสิ้นเดือน เพราะหลังสิ้นเดือนไปแล้ว จะเหนื่อยกว่าเดิมมากที่จะทำคุณสมบัติซุปเปอร์ไวเซอร์

ตอนนั้นพี่เค้าเริ่มพูดแผนการตลาดให้พวกเราเข้าใจ ตอนนั้นเพื่อนเราตัดสินใจจะทำแล้วแหละ แต่ยังไม่เอาหลักฐานมา

พี่เอเลยนัดวันรุ่งขึ้น แต่เรายังไม่แน่ใจเลย เพราะค่าใช้จ่ายมันเพิ่มเรื่อยๆ แต่เพื่อนเราเชื่อสนิทใจแล้ว มันก็ช่วยพูดหว่านล้อมเรา

เราก็เลยเริ่มเชื่อ คิดว่ามันคงไม่อะไรมาก ตอนนั้นพี่เอบอกค่าสมัครชุด IBP ราคา 1450 บาท ก็จะได้ชุดสมัครกับเชคกระป๋องหนึ่ง

เราก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรหรอกถ้าเราจะไม่ทำ มันก็ราคาพอๆกับซื้อเชคอยู่แล้ว และเราคิดว่าผลิตภัณฑ์มันโอเคจริงเราจะใช้อยู่แล้วแหละ

แล้วได้ส่วนลดด้วย เลยสมัคร ตอนนั้นเราไม่มีเงินหรอก มีไม่พอ เลยคิดว่าให้เพื่อนมันสมัครไปก่อน เราค่อยสมัครทีหลังก็ได้

ซื้อของเพื่อนกินก็ได้ลดเหมือนกัน แต่พี่เอบอกว่า สมัครไปเลยสิ จะได้ทำไปด้วยกันช่วยเหลือกัน เราก็ยังยืนยันที่จะไม่สมัครนะ

บอกช่วยเพื่อนอย่างนี้ก็ได้ ลงไปในชื่อเพื่อนแล้วทำด้วยกัน เพื่อนเราก็บอกว่าช่วยกันทำก็ดี มันก็ไม่มีเงินมาก

คือพอให้เรายืมได้แต่ก็จะเหลือไม่มากเหมือนกัน ช่วยกันทำจะดีกว่า แต่พี่เค้าก็บอกให้เพื่อนเราให้เรายืมเงินสมัครเถอะ

เพราะว่าถ้าได้เงินมาแล้ว มันแบ่งกันลำบาก แล้วเปิดสองไอดีช่วยกันสองคนมันง่ายกว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งได้เร็วและง่าย

เพื่อนเราเลยให้เงินเราสมัคร ตอนนั้นเรากลับไปคิดว่า เราไม่ค่อยอยากจะทำเท่าไหร่แล้วอ่ะ แต่เพื่อนเราก็บอกว่าไม่นานก็ได้เงินคืนมา

ไม่เป็นไรหรอก เราก็โอเค

ตอนเปิดสมัครพี่เค้ารีบฉีกเชคเราทันที บอกว่าเพื่อให้เราไปเอาไปขาย บอกว่าบังคับให้ใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง

เพื่อให้มีผลลัพธ์จริงๆจะได้ช่วยโปรโมตสินค้า จะขายได้ง่าย คือตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ด้วย เป็นภูมิแพ้หนักอยู่เหมือนกัน

จามเกือบตลอดเวลาอ่ะ เราเป็นแบบนี้มานานแล้ว แล้วพอใช้ผลิตภัณฑ์นี้ ยืนยันค่ะว่าสุขภาพดีขึ้นจริงๆ ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่

และสุขภาพดีขึ้นไม่มีปวดหัวไมเกรน ภูมิแพ้น้อยลงมาก และน้ำหนักลดลงจริงๆ แต่ขอเล่าต่อค่ะ วันนั้นใกล้จะสิ้นเดือน

เรายังไม่ได้ไปงาน STS เลยนะ พี่เอก็จะให้พี่อีกคนสมมุติว่าชื่อบีค่ะ มาอธิบายแผนการตลาดให้เราเข้าใจว่าเราต้องทำยังไงต่อไป

พี่เค้ายืนยันจะช่วยให้เราเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ภายในเดือนนั้นเลย ซึ่งง่ายและเร็วมาก และบอกเราว่าอย่าบอกใครว่าใช้วิธีนี้

เพราะคนอื่นกว่าจะได้เป็นมันยากลำบาก ใช้เงินใช้แรงเยอะกว่านี้มาก เราสองคนทำได้สบายมากๆแล้ว(ตอนนั้นเพื่อนเราอีกคนไม่ทำค่ะ

มันบอกแม่มันไม่ให้ทำ ไม่อยากทำแล้ว พี่เค้าโทรไปมันก็ไม่รับ พวกเราชวนมามันก็ไม่ยอมมา) วันนั้นพี่บีไม่มาทำงานค่ะ

พี่เอเลยให้พี่หญิงที่มีตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก อธิบายแทน โดยมีหลายตัวเลือกมาบอกเรา แต่บอกว่าตอนนี้พี่เอได้เตรียมแต้มให้พวกเราแล้ว

แค่หาเงินมาคนละ 35000 ก็ได้เป็นซุปฯเลย แล้วพูดกดดันทำให้เรารู้สึกอยากจะทำให้ได้ขึ้นมา แต่ตอนนั้นเราเริ่มลังเลแล้วล่ะ

เราจะไปหาเงินจากไหนมาตั้งสามหมื่นห้า เงินค่าสมัครเรายังยืมเพื่อนมาเลยอ่ะ พี่เค้าแนะนำให้ขอพ่อแม่ เราไปขอก็โดนด่ากลับมา

และ ไม่ได้ ไปบอกพี่เค้าว่า ไม่ทำแล้ว เป็นแค่ดิสฯไปก่อนหาเงินไปเรื่อยๆก็ได้ พี่เค้าบอกว่าคนที่เลือกแบบนั้นไม่มีวันได้เป็นซุปหรอก ต้องพยายามให้ถึงที่สุด คือตอนนั้นเหลือเวลา แค่ 2 วัน แล้วให้นักศึกษาคนหนึ่งหาเงินสามหมื่นห้า เราพูดเล่นๆว่าขอยืมพี่ได้มั้ย

เห็นพี่ได้รายได้ตั้งเกือบแสนอ่ะ แค่นี้คงไม่เป็นไร แล้วไหนๆเราก็จะได้เงินกลับมาเร็วไม่ใช่หรอ เราก็ต้องคืนพี่ได้เร็วอยู่แล้ว

แต่พี่เค้าก็ไม่ให้บอกให้โกหกพ่อแม่บ้างล่ะ ยืมเพื่อน หาของไปขายก่อนบ้างล่ะ เราก็เริ่มไม่อยากจะทำแล้วอ่ะ

แต่ก็ลองหาๆดู คือหามาก่อน ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ค่อยคืนเงินที่เคยยืมมาไปแล้วไม่ทำ เพื่อนเราอีกคนยอมทะเลาะกับแม่

โดย เอาเงินที่มีในบัญชีเพื่อใช้เป็นค่าเทอมมาเปิดแต้มก่อน ที่นี้ก็เหลือแต่เรา พี่เอโทรมาเกือบทุกชั่วโมง ว่าเรายืมเงินได้เท่าไหร่แล้ว

เราไม่เคยยืมเงินใครมาก่อน เราก็ไม่กล้าเท่าไหร่ แต่โดนโทรมาจิกถี่ๆ ก็เลยต้องยืมมาบ้าง แต่ก็ไม่พออยู่ดี

พี่เค้าก็ช่วยกันบิ้วเราใหญ่เลย เพื่อให้เราหาเงิน เราก็คิดนะว่าจะหาจากไหน ต่อให้ยืมเพื่อน

คือเพื่อนเราก็นักศึกษาเหมือนเรา ใครจะมีเงินเป็นหมื่นให้ยืม แล้วยืมมาคนละนิดคนหน่อย

แต่ยืมหลายๆคนเพื่อนเราคุยกันก็ต้องรู้อยู่ดีว่ายืมมาหลายคน เพื่อนเราก็ต้องสงสัยและไม่ให้

ตอนนี้เราก็ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนๆเท่าไหร่แล้ว เพราะมันกลัวเรายืมเงิน จนวันสิ้นเดือน เรากับเพื่อนเราที่เปิดแต้มไปแล้ว

ไปเที่ยวงานฮาโลวีนกันที่ผับ แล้วพี่เอโทรมาตามให้ไปประชุมปิดแต้มที่ออฟฟิต ตามถี่มาก จนพวกเรายอมไปนั่งฟังอะไรไม่รู้

คือเรื่องเดิมๆอ่ะ ประกอบกับตอนนั้นเราสองคนมึนๆด้วยแหละ ตี 1 กว่าแล้ว ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

แต่รู้ว่าพวกเค้าพยายามบิ้วเราให้หาเงินมาช่วยกันเป็นซุปให้ได้ เพราะว่าถ้าเราทำไม่ได้ คนอื่นที่ปิดแต้มไปแล้วจะหลุดหมดเลย

เราก็บอกว่าหาไม่ได้จริงๆ นี่ก็สิ้นเดือนแล้ว พี่เค้าบอกว่ายืดเวลาได้ไปอีก 5 วัน




เราเลยลองพยายามดูอีกที แล้วพวกพี่เค้าก็ดูเหมือนพยายามช่วยเราหาเงินเหมือนกัน

เราเลยไว้ใจ เราโกหกแม่เพื่อให้ได้เงิน 20000 มา บอกว่าลงะทะเบียนเรียนเพิ่ม บวกเงินที่ยืมเพื่อนๆ

แต่ว่าก็ยังไม่พออยู่ดี จนวันก่อนวันสุดท้าย เราถอดใจแล้ว แล้วพี่เค้าก็บอกว่ายืมเงินมาช่วยเพิ่มได้ครบแล้ว

เราได้เป็นซุปฯแล้ว วันนั้นก็ดีใจและคิดว่าพี่เค้าช่วยเราจริงๆ คงไม่ได้หลอกเราแล้วล่ะ ก็ผ่านไปวันรุ่งขึ้น

มีปัญหาว่าอีกคนทึ่ขึ้นซุปฯกับพวกเรา(โดนหลอกเหมือนกัน คือ มีคนขึ้นพร้อมเราอีก 6-7 คนนี่แหละ)

มีปัญหาไม่ได้เงินมาสามหมื่นห้าเลย คราวนี้เลยต้องชวนกันลงขัน เราก็เหลือแค่ไม่กี่ร้อยก็ช่วยๆลง จนจะหมดตัวอ่ะ

แล้วก็ครบ จากนั้นก็ยืมเงินพี่อีกคนในออฟฟิตมาคืนเงินพวกที่ลงขันไปก่อนชั่วคราว



หลังจากวันนั้นเราก็แวะเข้าออฟฟิตทุกวันหลังเลิกเรียน ตอนนี้เราไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนที่มหาลัยแล้ว

กลัวมันทวงเงิน กลัวมันรู้ว่าทำงานนี้อยู่ บวกกับไม่มีเวลาด้วย เลิกเรียนก็ต้องเข้าออฟฟิตเพราะพี่เอโทรตามตลอดเลย

เข้าไปก็ไม่ทำอะไร ที่บอกว่าจะช่วยขาย ก็ไม่มีเลย ให้นั่งฟัง เวปลิ้งค์ก็ยังไม่ได้กว่าจะได้ก็ครึ่งเดือนไปแล้ว แล้วต้องนั่งฟัง

working group ทุกวันดึกๆเลิกตี 1 ตี2 ทุกวัน เรากลับมาช้าลงทุกวันๆ อ่อนเพลีย ทั้งเรียนเช้า กลับบ้านดึก

แต่ก็ยังไม่ได้อะไรเลย แต่ก็คิดว่ามันคงต้องลงทุนก่อนถึงจะประสบความสำเร็จ ก็อดทนไป



กระทู้: 8


ดูรายละเอียด


Re: ช่วยเปิดโปงเฮอร์บาไลฟ์ สาขา ออลซีซั่น
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2009, 03:57:42 AM »

หลังๆเพื่อนเราเริ่มไม่ค่อยมาออฟฟิต ไม่ค่อยมาทำงาน เพราะมันขายไม่ได้เลย เราเองก็เริ่มไม่มีรายชื่อมา

เพราะเริ่มตันๆ เราเองก็รู้สึกได้ว่า มีคนเป็นร้อยๆส่งเวปลิ้งไปขนาดนั้น ตอนนี้มันคงเป็นอีเมลล์ขยะเต็มไปหมดแล้ว

คงไม่ค่อยมีใครสนใจแล้ว รายชื่อน้อยลงเรื่อยๆ ขายได้น้อยลง ยอมรับว่าโทรไปกี่รายก็ขายได้ทุกที

แต่มีให้โทรน้อยและส่วนใหญ่โทรไม่ติด รายได้น้อยลง ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้น มีงานใหญ่ที่จะจัดเดือนมกราคม

อีกต้องจ่ายค่าบัตรเกือบๆ 3 พันบาท แล้วตามมาด้วยการบิ้วว่าองค์กรเราจะแสดงความยิ่งใหญ่ ให้ได้สัมผัสถึงคนที่มีเงินเยอะ

มีคุณภาพชีวิตดี เค้าจะจัดให้พักในโรงแรมหรู มีปาร์ตี้กินไม่อั้น มีคอนเสิต มีงานเยอะแยะมากมาย ตอนนั้นเราก็ตื่นเต้นมากเลยนะ

มันเหมือนในฝัน แต่สักพักเค้าก็บอกว่าจะเก็บเงิน 6000 บาทตรงนี้ ตอนแรกเราก็หลงกลเหมือนโดนสะกดจิต ตื่นเต้นดีใจ

คิดว่าเงินแค่นี้นิดหน่อยแลกกับความสะดวกสบายแบบนั้น แต่ตอนหลังเราก็มาคิดได้


คิดดูง่าย คนทั่วไปอาจมองว่าแค่ 6000 มันถูกแสนถูกจริง กับการได้พักโรงแรมระดับ 4-5ดาว ที่พัทยา ตั้ง 2 คืน

มีรถเดินทางอย่างดี มีอาหารพิเศษ มีปาร์ตี้ เจอดารา ได้ดูคอนเสิต ใช้ชีวิตสวยหรู แบบนั้น จริงๆแล้วคุ้มแหละ แต่ลืมคิดไปว่า

....คนในออฟฟิตมีหลายร้อยคนนะ เยอะมาก คนละ 6000 บาทเนี่ย ได้เงินไปไม่รู้เท่าไหร่แล้วเยอะมากอ่ะ

กับการจัดงานที่มีคนไปเยอะขนาดนี้ก็ต้องจ่ายแบบเหมา ซึ่งเฉลี่ยจริงๆถูกกว่า 6000 เยอะมากนะเอาตามความจริง

พวกคนเหล่านั้นได้กำไรไปเยอะกว่าที่สร้างภาพให้พวกเราอยู่ซะอีก


เราไม่ได้จ่ายเงิน 6000 นี้ไป เพราะเหตุว่า ก่อนหน้านั้นมีการลงโฆษนา เราได้รับทราบจากแผนการตลาดว่าต้องมีการ

ลงโฆษนารวมกันทั้งองค์กรเพื่อให้ได้พื้นที่โฆษนาและเอารายชื่อแบ่งกันตามสัดส่วนของคนที่ลง ลงมาก ได้มาก เราเองก็เห็นด้วยนะ

ว่ามันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ มันต้องมีการลงทุน แต่....พี่ๆเค้าบังคับให้เราลง 15000 บาทเป็นอย่างต่ำ จริงๆแล้วมีการบอกว่าต้อง

30000 เพื่อให้ได้แม็กกาซีนออนไลน์เป็นของตัวเอง(ซึ่งตอนนี้พยายามเซิร์ชหาดู ยังไม่เห็นใครในออฟฟิตได้ซักคน หึหึ )

เราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ถึงหรอก เราต้องคืนเงินเพื่อนซักที เพราะเพื่อนเริ่มทวงมากแล้ว แต่ก็พยายามจะลงโฆษนาบ้าง

ตอนนั้นเรามีเงินเก็บแบบที่ไม่เกี่ยวกับเงินประจำวันนะอยู่เกือบหมื่นแล้วล่ะ เลยคิดว่าจะลงซักหมื่นนึงคงไม่มีปัญหา

หาอีกนิดหน่อย พออยู่ได้ คืนเพื่อนส่วนนึงได้ แต่โดนบังคับให้ลง 15000 บอกว่าถ้าน้อยกว่านั้นก็ไม่ต้องลงเลย เ

ราก็เริ่มเครียดล่ะ แล้วยังบังคับให้จ่ายค่าทัวร์ 6000 บาทตอนแรกอีก บอกให้จ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราบอกว่าไม่จ่ายก่อน

ไม่งั้นลงโฆษนาไม่ได้แน่ๆ เค้าเลยยอม เลื่อนให้ ให้ลงโฆษนาก่อน แล้วยังบังคับให้คอมมิทเม้นท์บัตร STS เสียเปล่าไปอีก

3000 บาท ทำให้เงินลดไปอีก รายชื่อก็ไม่เข้า ขายของไม่ได้ จนวันท้ายๆใกล้จะถึงกำหนดลงโฆษนา เราก็ขายได้อีก

ได้มาหมื่นนึงพอดี เหลืออีก 5000 พี่เค้าก็พยายามพูดให้เราโปรโมตลูกค้าเก่า ให้ใช้มุขโน้นนี้หลอกพวกเค้า ซึ่งเราทำไม่ได้อ่ะ

เราไม่กล้าหลอกใคร พี่เค้าบอกให้ยืมเงินเพื่อนอีก เราก็ไม่มีหน้าไปยืมใครแล้วล่ะ ของเก่าคืนไม่ได้เลย แต่เค้าก็บังคับให้ได้

ไม่ปล่อยเรากลับบ้าน เราต้องบากหน้าโทรหาทุกคนในอนุสรณ์โรงเรียน แต่เพื่อนเราก็ยังเรียนแบบเราแล้วใกล้สิ้นปีด้วย

ไม่มีใครมีเงินพอให้ยืม บางคนเหลือ 300 บาท อยากให้ยืมแต่เราก็ไม่กล้ายืม มันน่าเกลียดเกิน สุดท้ายก็ช่วยๆกันระหว่าง

เพื่อนที่ทำงานด้วยกัน(ที่โดนหลอกเหมือนกัน) พยายามหาๆ พี่เอเค้าก็พยายามช่วยหานะ(ก็เราเป็นผลประโยชน์ให้เค้าได้นี่)

จนครบ วันนั้นเราเหนื่อยมาก และเริ่มรู้ตัวอะไรหลายอย่าง เราเริ่มฟังเพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันก่อนหน้าอยู่แล้วว่าโดนโกงยังไง

และพวกเค้ากำลังหาวิธีออกมา พวกคนที่คุณซุปฯพร้อมกับเราก็เริ่มคุยกันว่าโดนโกงยังไงมาบ้าง หาทางออกกัน หายไปทีละคน

จนเหลือเรา เพราะเราไม่ค่อยพูดอะไร เพื่อนเราบอกว่าเราอดทนเก่งแต่ถ้าหมดความอดทนเราก็จะร้ายกว่าใครเลย

เราก็พยายามอดทนอยู่ เค้าบอกให้เราจ่ายนู้นนี่อีกเรื่อย ค่าบัตร ค่าเมมเบอร์ ค่าโต๊ะ ค่าทัวร์ หนี้ เยอะแยะ แต่เราก้ไม่จ่ายบอกไม่มี

และเริ่มไม่ค่อยเข้าออฟฟิต บอกไม่สบายบ้าง ออกมาไม่ได้บ้าง ที่บ้านว่าบ้าง จนสุดท้ายเราได้อ่านได้ฟังเรื่องเลวๆเยอะแยะของคนเหล่านี้

เราเลยตัดสินใจตัดขาด ไม่จ่ายซักอย่าง โทรมาก็ไม่รับสาย ปิดเครื่องเปลี่ยนเบอร์หนีไปเลย และไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกจนทุกวันนี้

เพื่อนเรามันเข้าไปทำหน้ามึนใส่ บอกจะทำงานที่บ้าน ไม่เข้าออฟฟิต ไม่จ่ายอะไรทั้งนั้น เข้าไปขนของออกมาให้ คนพวกนั้นก็ด่ามานะ

แต่เรากับเพื่อนเราไม่แคร์แล้ว อยากด่าอะไรก็ด่า ทำเป็นไม่สนใจ พวกนั้นก็คงเลิกตามเราแล้วล่ะเพราะเห็นว่าหลอกคนใหม่ได้แล้ว



สรุปคือทั้งสายงานเดียวกับเราที่ขึ้นซุปฯพร้อมกัน ออกมาหมดแล้ว ไม่เหลือใครทำงานซักคน

รวมทั้งคนที่ทำงานด้วยกัน ที่ทำมาก่อนที่ช่วยเหลือเราให้รู้ว่าพวกนั้นโกงอะไรยังไงบ้าง ก็ออกกันมาหมด

ตอนนี้เรายอมเสียรายชื่อไปฟรี ยอมเสียเงินที่จ่ายไปเป็นหมื่นๆ เพื่อว่าจะไม่ต้องจ่ายอะไรอีกแล้ว ไม่เข้าไปยุ่งอีก

ใจจริงอยากได้รายชื่อพวกนั้นนะ เสียดายเงิน แต่ไม่อยากเข้าไปเอาแล้วล่ะ ถือว่าทำบุญไป คิดว่าจะขายอย่างเดียวก็ได้กำไรตั้ง 50 %

แต่ว่าเวปลิ้งก็ใช้การไม่ได้ เลยไม่รู้จะหาลูกค้าจากไหน แต่ก็ไม่คิดดิ้นรน ตอนนี้ยังใช้ผลิตภัณฑ์อยู่เพราะได้ผลดีจริงๆ

แต่ไม่ทำไม่ยุ่งกับคนพวกนั้นอีกแล้ว



จริงๆแล้วมีหลายเรื่องมากที่เล่าไม่ละเอียด และยังไม่ได้เล่า

ถ้าใครอยากรู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง โดนโกงยังไงบ้าง พวกนั้นใข้วิธีการไหนบ้างติดต่อเราได้ เราให้รายละเอียด ให้คำแนะนำ

และคำปรึกษาได้ ติดต่อมาที่ elika_eulb@live.com เราไม่อยากให้ใครโดนแบบเราแล้วอ่ะ


เราว่าทำงานนี้ให้สำเร็จ อยู่รอด และได้เงินเยอะแบบที่เค้าว่า จริงๆมันไม่ยากหรอก แต่ต้องแลกกับการ

หลอกลวงคนอื่น ทำนาบนหลังคนอื่น เราทำไม่ได้อ่ะ ยอมไม่สำเร็จดีกว่า แบบนั้นมันเป็นบาปติดตัวไม่ดีเลย

แต่ถ้าใครอยากได้เงินอย่างเดียวแบบนั้น ก็ทำไปเหอะ ทำได้ก็ได้เงินอยู่แล้วล่ะ

WBS | BNA | Global Advertising จอมลวงโลก


Global Advertising, Bangkok Nutrition Academy (BNA), ADDS, WBS, Work@home เป็นบริษัท ที่ขายอาหารเสริม ยี่ห้อ "Herbalife เฮอร์บาไลฟ์ เฮอร์บาไลน์" (เอ่อ ผมไม่ได้ว่า Herbalife ไม่ดีนะ แต่วิธีการทำงานของบริษัทพวกนี้ มันเข้าข่ายหลอกลวง) ผมจะมาบอกประสบการณ์ที่เคยโดนมากับตัวเองให้รู้กันเพื่อให้เป็นข้อมูลก่อนจะ ตัดสินใจเข้าทำงานกับบริษัทพวกนี้ในบอร์ดนี้